แก้ตาดุ หน้าเหวี่ยง ให้ดูละมุนขึ้น ด้วยเทคนิคทำตาหวานที่เหมาะกับคุณ

แก้ตาดุ หน้าเหวี่ยง ให้ดูละมุนขึ้น ด้วยเทคนิคทำตาหวาน ที่เหมาะกับคุณ

หลายคนที่เคยถูกทักว่า โกรธใครอยู่หรือเปล่า? หรือ ทำไมหน้าดุจัง? ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจแสดงอารมณ์ ปัญหานี้สร้างความหนักใจไม่น้อย เพราะดวงตาเป็นเหมือนหน้าต่างของหัวใจ หากดูแข็งกร้าวเกินไป อาจบดบังความอ่อนโยนและเสน่ห์ของตัวคุณ

ข่าวดีก็คือ ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้! ด้วยเทคนิคทำตาหวาน คุณสามารถเปลี่ยนดวงตาที่ดูดุ ให้กลายเป็นสดใส อ่อนโยน และน่ามองมากขึ้น Classcare Clinic รวบรวมข้อมูลสำคัญ เพื่อให้คุณเตรียมตัวเปลี่ยนลุคอย่างมั่นใจและเหมาะกับตัวเองค่ะ

เปลี่ยนตาพัง ให้ปังทันที
ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare

ตาดุ หน้าเหวี่ยง มีลักษณะอย่างไร เกิดจากอะไรบ้าง


ตาดุหรือหน้าดุ คือสภาพที่ดวงตาและใบหน้าสื่ออารมณ์แข็งกร้าว แม้คุณไม่ได้ตั้งใจแสดงอารมณ์ ทำให้คนรอบข้างเข้าใจผิดว่าคุณโกรธ หรือไม่เป็นมิตร ลักษณะที่สังเกตได้ เช่น

  • หางตาชี้ขึ้น ทำให้ดวงตาดูเข้ม ดุ หรือเหวี่ยง
  • ชั้นตาหนาเกินไปหรือหย่อนคล้อย ทำให้ดวงตาดูปรือหรือมีอารมณ์ง่วงนอน
  • กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำให้เปลือกตาตกลงและดวงตาดูไม่สดใส
  • ขอบตาตึงหรือยกสูงเกินไป ส่งผลให้หน้าดูแข็งกร้าว

สาเหตุของตาดุ หน้าเหวี่ยง อาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้ง โครงสร้างดวงตาและใบหน้า ที่สืบทอดทางพันธุกรรม หรือปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งสามารถแก้ไขหรือปรับปรุงได้ด้วยเทคนิคทำตาหวานอย่างเหมาะสมค่ะ

ใครบ้างที่เหมาะกับการปรับรูปตาให้หน้าดูละมุนขึ้น


เทคนิคปรับรูปตาให้ดวงตาดูหวานและละมุน ไม่ได้เหมาะเฉพาะผู้ที่อยากศัลยกรรมเพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าบุคลิกภายนอกไม่สอดคล้องกับตัวตนภายใน หากคุณมีลักษณะตรงกับข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง การปรับรูปตาอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมค่ะ

  • ดวงตาดูดุหรือใบหน้าดูแข็ง แม้ไม่ได้แสดงอารมณ์ แต่กลับถูกมองว่ากำลังโกรธหรืออารมณ์เสีย ทำให้คนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้
  • ชั้นตาหนา สูง หรือคมชัดเกินไป ทำให้ใบหน้าดูจริงจังและขาดความอ่อนโยน
  • หางตาชี้ขึ้นหรือมุมตาสูง ทำให้ใบหน้าดูเฉี่ยวเกินไปและไม่เป็นมิตร
  • หัวตาเปิดกว้างหรือแคบเกินไป รวมถึงผู้ที่มีรอยพับหัวตามากเกินไป ทำให้ดวงตาดูแข็งกระด้าง
  • พยายามแต่งหน้าให้อ่อนหวาน แต่รูปทรงตายังคงทำให้ใบหน้าดูดุ เทคนิคการแต่งหน้าจึงไม่สามารถกลบโครงสร้างเดิมได้
  • ต้องการปรับลุคให้ดูอ่อนโยนขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงหน้ามากนัก เพราะการปรับรูปตาก็สามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์โดยรวมได้ทันที
  • เคยทำศัลยกรรมตามาแล้ว แต่รูปทรงที่ได้ไม่เข้ากับใบหน้า หรือทำให้ใบหน้าดูแข็งกระด้างกว่าที่คาดหวัง เช่น ชั้นตาใหญ่เกินไปหรือดูไม่เป็นธรรมชาติ

ถ้าอยากให้หน้าดูหวานขึ้น ควรปรับจุดไหนของดวงตาบ้าง


การสร้างดวงตาให้ดูหวานอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้จำกัดเพียงการกรีดชั้นตาให้เป็นสองชั้นเท่านั้น แพทย์จะวิเคราะห์องค์ประกอบโดยรวมของดวงตา เพื่อปรับจุดเล็ก ๆ ให้เข้ากับรูปหน้าและลุคโดยรวมมากที่สุด จุดสำคัญที่ต้องพิจารณามีดังนี้

  1. ระดับความสูงของชั้นตา
    ชั้นตาควรสูงพอดี ไม่ชิดคิ้วเกินไป จะช่วยให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติและอ่อนเยาว์
  2. ความโค้งของชั้นตา
    เส้นโค้งควรสอดรับกับแนวขอบตาอย่างนุ่มนวล หลีกเลี่ยงชั้นตาที่หักมุมหรือแข็งทื่อ
  3. การปรับองศาหางตา
    ปรับหางตาให้อยู่ในระดับเหมาะสม หรือเปิดองศาออกเล็กน้อย เพื่อลดความรู้สึกดุดันและเพิ่มความอ่อนหวาน
  4. การปรับพื้นที่หัวตาและหางตา
    พื้นที่ตาขาวและตาดำควรสมดุลกัน การเปิดหัวตาอย่างเหมาะสมช่วยให้ดวงตากลมโต ลดความตึงเครียดของโครงสร้างดวงตา
ชั้นตาชัด ล็อคเป๊ะ

เทคนิคทำตาหวาน ปรับรูปตาให้หน้าดูหวานละมุนขึ้น


สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนดวงตาให้ดูสดใส อ่อนโยน และละมุน เทคนิคทางการแพทย์สามารถนำมาใช้เพียงอย่างเดียว หรือผสมผสานกันได้ตามความเหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างดวงตาของแต่ละคนค่ะ

ปรับชั้นตาให้บางลง ดูซอฟต์ขึ้น

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ยิ่งชั้นตาใหญ่ ยิ่งตาดูโต ยิ่งสวย” แต่จริง ๆ แล้ว ชั้นตาที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูดุหรือมีอายุ เทคนิคที่เหมาะสมคือออกแบบชั้นตาให้เล็กลงแต่คมชัด ปรับความสูงให้พอดีกับกระบอกตา เพื่อเปิดเผยพื้นที่ดวงตา ทำให้ตาดำดูเด่นและประกายสดใสมากขึ้น พร้อมคงความเป็นธรรมชาติ

กรีดสั้น-กรีดยาว เลือกยังไงให้หน้าดูไม่ดุ

เทคนิคการกรีดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกำหนดความหวานและความละมุนของดวงตา

  • กรีดสั้น
    เหมาะสำหรับผู้ที่มีเปลือกตาบางและไขมันน้อย ข้อดีคือแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว
  • กรีดยาว
    เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาตกมาก มีไขมันบริเวณเปลือกตาเยอะ หรือจำเป็นต้องปรับโครงสร้างดวงตาอย่างละเอียด การกรีดยาวช่วยให้แพทย์สามารถจัดเรียงชั้นตาใหม่และเลาะไขมันส่วนเกินได้ตลอดแนว ส่งผลให้เส้นชั้นตาโค้งมนสวยงามรับกับรูปตา ตั้งแต่หัวตาจรดหางตา ความโค้งนี้เองเป็นหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ดวงตาดูหวาน ละมุน และอ่อนโยนมากขึ้นค่ะ

เปิดหัวตา-เปิดหางตา อย่างพอดี

บางคนอาจมีเนื้อบริเวณหัวตามาก ทำให้ดวงตาดูเล็ก ตี่ หรือดูเหมือนตาเข้าหากัน การทำศัลยกรรมเปิดหัวตา จะช่วยให้ดวงตาดูเรียวยาว เปิดเผยพื้นที่ตาขาวบริเวณหัวตา ทำให้ดวงตาดูกว้าง สดใส และมีมิติมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเปิดหางตา หรือปรับมุมหางตา จะช่วยแก้ไขปัญหาหางตาชี้ขึ้น ซึ่งมักทำให้ใบหน้าดูดุหรือเหวี่ยง เทคนิคนี้ทำให้ดวงตาดูลาดลงอย่างพอดี ดูนุ่มนวล และเพิ่มเสน่ห์แบบสาวเกาหลีอย่างพอดี

เทคนิคแก้ไขกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรง ต้นเหตุตาปรือ/ดุ

ผู้ที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักมีดวงตาที่ดูปรือหรือเหมือนง่วงนอนตลอดเวลา และต้องใช้หน้าผากช่วยในการลืมตา ส่งผลให้ใบหน้าดูเครียดหรือดุดัน

เทคนิคการทำตาสองชั้นร่วมกับการดึงกล้ามเนื้อตา จะช่วยให้กล้ามเนื้อตาออกแรงเปิดตาได้เต็มที่ ขอบตาบนยกขึ้นจนเห็นตาดำชัดเจน ผลลัพธ์คือดวงตาที่ดูตื่นตัว สดใส และอ่อนหวานขึ้นอย่างชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งคอนแทคเลนส์ช่วยอีกต่อไปค่ะ

ตาสองชั้น สไตล์เกาหลี
เทคนิคแผลเล็ก เจ็บน้อย
ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare

ตัวอย่างทรงตาที่ช่วยให้หน้าดูละมุนขึ้น


หลังจากเข้าใจเทคนิคพื้นฐานแล้ว ลองมาดูตัวอย่างทรงตายอดนิยมที่จะช่วยเสริมลุคให้หวานละมุน เพื่อพิจารณาว่าทรงใดเหมาะกับสไตล์ของคุณที่สุด

  • ตาสองชั้นทรงหวาน
    เน้นชั้นตาที่โค้งมนชัดเจน หัวตาเปิดกว้าง ทำให้ดวงตากลมโต คล้ายตุ๊กตา เหมาะกับผู้ที่อยากได้ลุคเด็กลง น่ารัก สดใส
  • ตาสองชั้นทรงอัลมอนด์
    เป็นทรงมาตรฐานที่ดูคลาสสิกและสง่างาม ดวงตาเรียวยาวคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ หัวตาโค้งมน หางตาเชิดเล็กน้อย ให้ลุคโฉบเฉี่ยวแต่ไม่ดุ เสน่ห์หวานซ่อนเปรี้ยว
  • ตาสองชั้นสไตล์เกาหลี
    ชั้นตาบางและเล็ก เช่น แบบ Inner Lid ชั้นตาชัดตั้งแต่กึ่งกลางตาไปถึงหางตา ให้ความเป็นธรรมชาติสูง เหมือนมีดวงตาหวานโดยกำเนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้เห็นว่าผ่านศัลยกรรม

สรุป


ปัญหาตาดุหรือหน้าเหวี่ยงไม่ใช่เรื่องยากที่จะปรับแก้ หากเลือกใช้เทคนิคทำตาหวานที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า ดวงตาที่สวยละมุนไม่เพียงเพิ่มความมั่นใจ แต่ยังช่วยให้บุคลิกภาพดูเป็นมิตรและน่าเข้าหามากขึ้น เนื่องจากดวงตาของแต่ละคนมีความเฉพาะตัว การปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อออกแบบดวงตาแบบเฉพาะบุคคลจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด

ที่ Classcare Clinic เราเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้รับบริการ ทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์พร้อมใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อปรับรูปตาให้สวยหวานและดูเป็นธรรมชาติที่สุด หากคุณอยากเห็นผลลัพธ์จริง สามารถเข้าชม รีวิวทำตาสองชั้นครบ 1 ปีของเรา มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่าและปลอดภัย พร้อมแล้วหรือยังที่จะเปลี่ยนสายตาดุให้เป็นสายตาหวานสะกดใจ? ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาได้ทันทีค่ะ

ด้วยความห่วงใยจาก CLASSCARE CLINIC คลินิกศัลยกรรมความงามที่มี
มาตรฐานความปลอดภัย และใส่ใจคุณลูกค้า

FAQ


ไม่เสมอไปค่ะ หากชั้นตาออกแบบใหญ่เกินไป หรือไม่ได้แก้ไขปัญหาโครงสร้างอื่น ๆ เช่น กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือหางตาชี้ ดวงตาอาจยังดูดุหรือดูง่วงได้ การได้ตาที่หวานละมุนนั้นจำเป็นต้องออกแบบชั้นตาให้รับกับองค์ประกอบของใบหน้าและปรับจุดบกพร่องร่วมด้วยค่ะ

มีค่ะ สามารถใช้เทคนิคการแต่งหน้า เช่น เขียนอายไลเนอร์หางตก ปัดมาสคาร่าเน้นกึ่งกลางตา หรือฉีดโบท็อกซ์เพื่อปรับตำแหน่งคิ้วและหางตา วิธีเหล่านี้ช่วยลดความดุลงได้ชั่วคราว แต่ถ้าปัญหามาจากโครงสร้างตา การผ่าตัดยังคงให้ผลลัพธ์ถาวรและชัดเจนที่สุดค่ะ

ส่วนใหญ่ช่วยให้ใบหน้าดูละมุนขึ้นค่ะ เพราะชั้นตาช่วยเปิดดวงตาให้สดใสขึ้น อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเทคนิคแพทย์ในการออกแบบทรงตาให้เหมาะสมและกลมกลืนกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น จมูก ริมฝีปาก และโครงหน้าร่วมด้วย

ไม่จำเป็นค่ะ ชั้นตาที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้ใบหน้าดูแข็งกระด้างหรือมีอายุ ชั้นตาขนาดกลางหรือเล็กที่เหมาะกับกระบอกตาและโครงสร้างเดิม มักให้ผลลัพธ์ที่หวาน ละมุน และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

โดยปกติอาการบวมจะยุบลงอย่างชัดเจนภายใน 1 เดือน และชั้นตาจะเข้าที่เต็มที่ในช่วง 3-6 เดือน ในระหว่างนี้ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำแพทย์เพื่อให้แผลฟื้นตัวและผลลัพธ์ออกมาสวยที่สุด


ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare