| |

หนังตาตก หางตาตก คืออะไร? เกิดจากอะไร รักษายังไง และป้องกันได้ไหม?

หางตาตก คืออะไร สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกัน

เคยส่องกระจกแล้วรู้สึกไหมว่าหน้าดูเศร้า ไม่สดใสเหมือนเดิม หรือบางครั้งดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ทั้ง ๆ ที่ใจยังวัยรุ่นอยู่? สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก หนังตาตก หรือ “หางตาตก” ที่ทำให้ความมั่นใจของเราหายไปโดยไม่รู้ตัว

แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ! วันนี้ Classcare Clinic รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการ สาเหตุ และวิธีดูแลดวงตาให้กลับมาดูสดใส สวยปิ๊ง เหมือนเดิมมาให้แล้ว

หางตาตก คืออะไร?
ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare

หางตาตก คืออะไร?


หางตาตก คือภาวะที่มุมด้านนอกของดวงตาต่ำกว่าหัวตา หรือลดลงจนเสียรูปทรงเดิม ทำให้ดวงตาดูเอียงลงคล้ายสระอิ ดูง่วงนอนหรือขาดชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา ภาวะนี้มักเกิดร่วมกับหนังตาหย่อนคล้อยที่ตกลงมาปิดบริเวณหางตา

ผลที่ตามมาคือใบหน้าดูเศร้าหมองและไม่สดใส อีกทั้งในบางคนอาจทำให้ดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง หากอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อการมองเห็น เพราะลานสายตาถูกบดบัง มุมตาตกพบได้ทั้งในผู้สูงอายุที่ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย และในคนอายุน้อยที่มีโครงสร้างดวงตาแบบนี้ตั้งแต่กำเนิดค่ะ

ลักษณะเด่นของหางตาตก

เพื่อให้คุณสังเกตตัวเองได้ง่ายขึ้น นี่คือลักษณะสำคัญที่เข้าข่ายภาวะมุมตาตกและควรใส่ใจเป็นพิเศษ

  1. หางตาอยู่ต่ำกว่าระดับหัวตา
    เมื่อลากเส้นสมมติในแนวนอนผ่านดวงตา จะเห็นว่ามุมหางตาต่ำกว่าหัวตาอย่างชัดเจน
  2. ชั้นตาไม่สมดุลบริเวณหางตา
    อาจมีการสะสมของเนื้อผิวหนัง หรือชั้นตาหลบในช่วงปลาย ทำให้รูปทรงดวงตาดูไม่สม่ำเสมอ
  3. หนังตาหย่อนคล้อย ปิดทับบริเวณหางตา
    ผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบนหย่อนลงมา จนเริ่มปิดแนวขนตาหรือมุมตาด้านนอก
  4. ริ้วรอยและร่องลึกใต้ตาปรากฏชัด
    เมื่อผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย โครงสร้างใต้ตาจะถูกดึง ทำให้เกิดริ้วรอยตีนกาและร่องลึกที่เห็นชัด
  5. หางตาจะตกลงมากขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า
    ขณะยิ้มหรือหัวเราะ กล้ามเนื้อรอบดวงตาจะยิ่งดึงหางตาลง ทำให้ดวงตาดูเล็กและหรี่ลงมากกว่าปกติ

หางตาตก มีกี่ประเภท?


การแบ่งประเภทของหางตาหย่อนช่วยให้แพทย์ประเมินและเลือกวิธีรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. หางตาตกจากหนังตาหย่อน (Pseudoptosis)
    เป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากผิวหนังเปลือกตาหย่อนคล้อย (Dermatochalasis) ตกลงมาบดบังบริเวณขอบตา แม้ว่ากล้ามเนื้อตาจะทำงานปกติ มักพบในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ผิวหนังหย่อนง่าย
  2. หางตาตกจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (True Ptosis)
    เกิดจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Muscle) ทำให้เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำ อาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และมักทำให้หางตาดูหย่อนตามไปด้วย
ผลลัพธ์หลังทำตา 7 วัน

สาเหตุที่ทำให้หางตาตก


สาเหตุของอาการหางตาตกเกิดจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก มีดังนี้ค่ะ

โครงสร้างดวงตา

บางคนมีปัญหาดวงตาดูหย่อนคล้อยตั้งแต่กำเนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์และโครงสร้างกระดูกเบ้าตาโดยตรง โดยเฉพาะคนเอเชียที่มักมีไขมันเปลือกตามาก หรือมีกระดูกเบ้าตาลาดลงเล็กน้อย ทำให้แนวหางตาดูต่ำกว่าปกติ แม้อายุยังน้อยก็อาจทำให้ดวงตาดูอ่อนล้าและคล้ายตาเศร้าได้ค่ะ

กระดูกบริเวณโหนกคิ้ว

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้จำกัดแค่ผิวหนัง กระดูกโหนกคิ้วและขอบเบ้าตาจะเกิดการยุบตัวตามธรรมชาติ (Bone Resorption) เมื่อฐานรองรับอ่อนแรง ผิวหนังและเนื้อเยื่อด้านบนจึงขาดจุดยึดที่มั่นคง ส่งผลให้คิ้วและหางตาหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง

หนังตาหย่อน

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวเปลือกตาที่บอบบางหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอย หนังตาจะตกลงมาปิดบริเวณหางตา ส่งผลให้ดวงตาดูหนักอึ้งและปรืออยู่ตลอดเวลา

อายุมากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรง และไขมันใต้ตาฝ่อตัวหรือเคลื่อนตำแหน่ง รวมกับแรงโน้มถ่วง ทำให้บริเวณหางตาดูหย่อนชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

พฤติกรรมการใช้ตา

พฤติกรรมประจำวันก็มีส่วน เช่น การขยี้ตาบ่อย การใส่คอนแทคเลนส์ติดต่อกันนาน การจ้องหน้าจอมากเกินไป หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้เร่งให้ผิวรอบดวงตาเสื่อมสภาพ และทำให้บริเวณหางตาดูหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควร

ผลกระทบของหางตาตก


ปัญหาหางตาตกไม่เพียงส่งผลต่อความงามภายนอก แต่ยังกระทบต่อชีวิตประจำวันหลายด้าน ดังนี้

  • บุคลิกภาพและภาพลักษณ์ ดวงตาดูเหนื่อยล้า ใบหน้าไม่สดชื่นเหมือนอดนอน ส่งผลต่อบุคลิกทั้งในการทำงานและการเข้าสังคม
  • การแต่งหน้า ชั้นตาไม่สมดุล ทำให้กรีดอายไลเนอร์หรือแต่งตาได้ยาก ต้องปรับแต่งบ่อย ๆ ทำให้เสียเวลา
  • การมองเห็น หากหนังตาตกมาก อาจบดบังม่านตา ทำให้ลานสายตาแคบ ผู้ที่มีปัญหาจึงมักต้องยกคิ้วเพื่อช่วยมองเห็นชัดขึ้น
  • ริ้วรอยรอบดวงตา การดึงรั้งของผิวหนังบริเวณรอบตาทำให้เกิดริ้วรอยตีนกาและร่องแก้มชัดขึ้น
  • ความมั่นใจ ความมั่นใจลดลง ทำให้ไม่กล้าสบตา หรือรู้สึกว่าดูแก่กว่าวัยเวลาอยู่หน้ากล้อง

หางตาตกหายเองได้ไหม?


ต้องบอกเลยว่า ภาวะหางตาตกไม่สามารถหายเองได้ เนื่องจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางกายวิภาค เช่น ผิวหนังหย่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือกระดูกยุบตัว เมื่อโครงสร้างเหล่านี้เปลี่ยนไป ร่างกายจึงไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาตึงกระชับเหมือนเดิมได้

แม้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือครีมบางชนิดจะช่วยปรับปรุงผิวสัมผัสได้บ้าง แต่ก็ไม่สามารถยกกระชับโครงสร้างที่หย่อนคล้อยได้ ดังนั้น การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดค่ะ

การเปลี่ยนแปลงของชั้นตา (ก่อนและหลังทำ)
ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare

วิธีแก้อาการหางตาตก


เทคนิคที่นิยมใช้ในการแก้ปัญหาหางตาตก มีดังนี้ค่ะ

ยกหางตาแบบซ่อนแผลใต้คิ้ว (Sub-brow Lift)

เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีชั้นตาเดิมสวยอยู่แล้ว หรือเคยทำตาสองชั้นแต่หนังตาหย่อนคล้อย แพทย์จะตัดหนังตาส่วนเกินใต้คิ้ว เพื่อลดความหย่อนคล้อยและยกหางตาให้สูงขึ้น ข้อดีคือ รอยแผลจะซ่อนอยู่ตามแนวขนคิ้วแทบมองไม่เห็น ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่กระทบชั้นตาเดิม

ทำตาสองชั้นพร้อมยกหางตา

สำหรับผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือชั้นตาหลบในร่วมกับหนังตาตก การทำตาสองชั้นพร้อมตัดหนังตาส่วนเกิน (Blepharoplasty) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แพทย์จะออกแบบชั้นตาใหม่ กำจัดไขมันและผิวหนังหย่อนคล้อยบริเวณหางตา จากนั้นเย็บล็อกชั้นตาให้ได้รูป วิธีนี้แก้ปัญหาได้ครบ ทั้งได้ชั้นตาชัดเจนและหางตาที่ยกกระชับ ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์และสดใสทันที

หางตาตกข้างเดียวแก้ได้ไหม?


แก้ได้ค่ะ! ปัญหาหางตาหย่อนไม่เท่ากันเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แพทย์จะประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะเจาะจงในข้างที่ต้องการแก้ไข เช่น ตัดแต่งหนังตาบริเวณหย่อนคล้อย หรือปรับระดับการยก เพื่อให้ดวงตาทั้งสองข้างสมดุลและดูเป็นธรรมชาติที่สุด คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าผลลัพธ์จะดูผิดหรือหลอกตาค่ะ

วิธีป้องกันหนังตาตก


แม้จะหยุดเวลาไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอหนังตาตกได้ด้วยการดูแลตัวเองง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

  • นอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ผิวและกล้ามเนื้อรอบดวงตา
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาบ่อย ๆ แรงกดและการเสียดสีทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนเร็วขึ้น
  • ดูแลผิวรอบดวงตา ทาอายครีมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์และสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ
  • ออกกำลังกายกล้ามเนื้อตาเบา ๆ เช่น กรอกตาหรือกระพริบตาบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • สวมแว่นตากันแดด ปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสี UV ซึ่งทำลายคอลลาเจนและเร่งหนังตาตกก่อนวัย

สรุป


หางตาตก เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทั้งจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือกรรมพันธุ์ แต่ปัจจุบันมีวิธีแก้ไขที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง การดูแลตัวเองเบื้องต้นสามารถช่วยชะลอได้ แต่หากเริ่มรบกวนจิตใจหรือการมองเห็น การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อยกหางตาเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า

หากคุณกำลังกังวลว่าปัญหา ตาเศร้าดูมีอายุ จะแก้ไขอย่างไรดี สามารถเข้ามาปรึกษา Classcare Clinic ได้เลยค่ะ ทีมแพทย์เฉพาะทางเข้าใจโครงสร้างดวงตาอย่างลึกซึ้ง พร้อมดูแลให้ดวงตาคู่สวยกลับมาสดใสและเพิ่มความมั่นใจอีกครั้ง ทักไลน์หรือจองคิวปรึกษาได้วันนี้ เพื่อดวงตาสดใสและมั่นใจทันที!

ด้วยความห่วงใยจาก CLASSCARE CLINIC คลินิกศัลยกรรมความงามที่มี
มาตรฐานความปลอดภัย และใส่ใจคุณลูกค้า

FAQ


กลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุดคือผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากความเสื่อมตามวัย แต่ก็พบได้ในคนอายุน้อยที่มีกรรมพันธุ์หนังตามาก ผู้ที่มีภูมิแพ้จนขยี้ตาบ่อย หรือใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำและนานค่ะ

มีผลค่ะ หากหนังตาตกมาก อาจบดบังตาดำบางส่วน ทำให้ลานสายตาด้านบนและด้านข้างแคบลง ส่งผลให้ต้องเกร็งหน้าผากหรือเลิกคิ้วเพื่อมองภาพ ซึ่งอาจทำให้ปวดศีรษะได้ด้วย

สำหรับอาการเล็กน้อย สามารถใช้โบท็อกซ์หางตา (Botox) เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงหางตาลง ทำให้หางตาดูยกขึ้นชั่วคราว หรือใช้เทคนิคแต่งหน้าแก้หนังตาตก รวมถึงทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตา (Thermage/Ulthera) ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งค่ะ แต่ถ้าหนังตาตกมาก การผ่าตัดจะเห็นผลชัดเจนกว่า

ใช่ค่ะ หากปล่อยทิ้งไว้ อาการมักค่อย ๆ แย่ลงตามอายุและแรงโน้มถ่วง ผิวหนังจะหย่อนคล้อยมากขึ้น ทำให้การแก้ไขในอนาคตซับซ้อนขึ้นได้

การผ่าตัดยกหางตาให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี แต่กระบวนการชราตามธรรมชาติยังคงดำเนินต่อไป ผิวหนังก็อาจกลับมาหย่อนคล้อยได้อีกในอนาคต (มักใช้เวลาหลายปี) แต่รูปทรงตาจะยังดูดีกว่าการไม่ทำอะไรเลยแน่นอนค่ะ


ปุ่ม Phone Classcare
ปุ่ม Line Classcare
ปุ่ม Messenger Classcare