ร้องไห้ตาบวม แก้ยังไง? รวม 8 วิธีลดบวม กู้คืนดวงตาสดใส

การร้องไห้เป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยระบายความรู้สึกและความตึงเครียดทางอารมณ์ แต่หลังจากร้องไห้หนัก หลายคนอาจพบปัญหา ร้องไห้ตาบวม ทำให้เปลือกตาดูหนา ดวงตาดูอ่อนล้า และอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องออกไปพบผู้คน
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า ร้องไห้ตาบวม แก้ยังไง และมีวิธีไหนช่วยลดอาการบวมให้ดวงตากลับมาดูสดใสขึ้นได้บ้าง ในบทความนี้ Classcare Clinic ได้รวบรวม 8 วิธีลดตาบวมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ง่าย ๆ พร้อมแนวทางดูแลดวงตาหลังร้องไห้มาให้ศึกษากันค่ะ
ทำไมร้องไห้แล้วตาบวม? เกิดจากสาเหตุอะไร
อาการตาบวมหลังร้องไห้เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งปริมาณน้ำตาที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด และการคั่งของของเหลวบริเวณรอบดวงตา โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้ค่ะ

รวม 8 วิธีแก้ ร้องไห้ตาบวม กู้คืนดวงตาสดใสแบบเร่งด่วน ทำได้เองที่บ้าน
หากกำลังมองหาวิธีแก้อาการร้องไห้ตาบวมที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน สามารถเริ่มจากการประคบเย็นบริเวณรอบดวงตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และช่วยลดการคั่งของของเหลวใต้ตา โดยมีวิธีดูแลเบื้องต้น ดังนี้ค่ะ
1. ประคบเย็นรอบดวงตาด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น
การประคบเย็นเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการบวมได้ โดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น บิดให้หมาด แล้ววางประคบบริเวณเปลือกตาประมาณ 10-15 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดบริเวณรอบดวงตาหดตัว และช่วยลดอาการบวมแดงได้
2. ใช้ช้อนโลหะแช่เย็นหรือแตงกวาฝานประคบตา
สามารถนำช้อนโลหะสะอาดไปแช่เย็นประมาณ 5-10 นาที แล้วใช้ด้านโค้งของช้อนประคบบริเวณเปลือกตาเบา ๆ หรือใช้แตงกวาแช่เย็นฝานบางวางบริเวณรอบดวงตา ความเย็นจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและบรรเทาอาการบวมได้ชั่วคราว
3. ประคบด้วยถุงชาแช่เย็น
นำถุงชาที่ชงแล้วและปล่อยให้เย็นสนิทไปแช่เย็น จากนั้นนำมาวางบริเวณเปลือกตาประมาณ 10-15 นาที ความเย็นอาจช่วยลดอาการบวมได้ ขณะที่ชาบางชนิดมีคาเฟอีนซึ่งอาจช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและหดตัวของหลอดเลือด ทำให้รอบดวงตาดูบวมน้อยลง ทั้งนี้ ควรระวังไม่ให้น้ำชาหรือสิ่งสกปรกสัมผัสดวงตาโดยตรง
4. นวดกดจุดเดรนน้ำเหลืองรอบดวงตาอย่างเบามือ
การนวดเบา ๆ อาจช่วยให้ของเหลวบริเวณรอบดวงตาเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น โดยใช้นิ้วนางแตะอายครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์เล็กน้อยเพื่อลดแรงเสียดสี แล้วนวดจากหัวตาออกไปทางหางตาอย่างเบามือ หลีกเลี่ยงการกดแรงหรือขยี้บริเวณเปลือกตา เพราะผิวรอบดวงตาค่อนข้างบอบบาง
5. ใช้ลูกกลิ้งนวดหน้า (Face Roller) หรือกัวซาแช่เย็นช่วยนวดวน
สามารถใช้ Face Roller หรือกัวซาที่ทำความสะอาดและแช่เย็นแล้ว นวดเบา ๆ บริเวณใต้ตาและโหนกแก้ม โดยลากจากด้านในออกไปทางขมับ ความเย็นและแรงนวดอย่างอ่อนโยนอาจช่วยลดความรู้สึกบวมและทำให้บริเวณรอบดวงตารู้สึกสดชื่นขึ้น
6. บำรุงด้วยอายครีมหรือเซรั่มรอบดวงตาที่แช่เย็น
อายครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคาเฟอีน อาจช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดชื่นและลดความแห้งตึงหลังร้องไห้ได้ หากนำผลิตภัณฑ์ไปแช่เย็นก่อนใช้ ความเย็นจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดอาการบวมให้ดียิ่งขึ้น
7. นอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น ป้องกันการคั่งของของเหลวใต้ตา
หากร้องไห้ก่อนเข้านอน อาจหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยลดการคั่งของของเหลวบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาระหว่างนอนหลับ ซึ่งอาจช่วยให้อาการตาบวมหลังตื่นนอนลดลงได้
8. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย
การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกาย และช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ ควรดื่มน้ำตลอดทั้งวันในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารเค็มจัดหรือโซเดียมสูงที่อาจทำให้เกิดการคั่งของของเหลวและทำให้ใบหน้าดูบวมมากขึ้นค่ะ
ข้อควรระวัง! สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อร้องไห้แล้วตาบวม
แม้หลายคนจะต้องการให้อาการตาบวมยุบลงอย่างรวดเร็ว แต่ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างที่อาจกระตุ้นให้บริเวณรอบดวงตาระคายเคือง บวม หรือแดงมากขึ้น โดยสิ่งที่ไม่ควรทำ มีดังนี้ค่ะ
สรุป
อาการร้องไห้ตาบวม มักเป็นอาการชั่วคราวที่สามารถค่อย ๆ ดีขึ้นได้ด้วยการดูแลตัวเอง เช่น การประคบเย็น ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อน และดูแลผิวรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน รวมถึงหลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพื่อช่วยให้อาการบวมลดลงและดวงตากลับมาดูสดใสมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากดวงตาดูบวม เหนื่อยล้า หรือมีภาวะหนังตาตกจากปัญหาโครงสร้างรอบดวงตา รวมถึงมีลักษณะตาสามชั้น การดูแลเบื้องต้นอาจไม่สามารถแก้ไขสาเหตุได้ทั้งหมด สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับรูปทรงดวงตา สามารถเข้ารับคำปรึกษาที่ Classcare Clinic เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างดวงตาและวางแนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ดวงตาดูสดใส สมดุล และรับกับรูปหน้ามากขึ้นค่ะ



