เปลือกตาม้วนเข้าอันตรายไหม? รู้สาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

เปลือกตาม้วนเข้าอันตรายไหม? รู้สาเหตุ อาการ และแนวทางรักษา

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบาง หากมีอาการระคายเคือง น้ำตาไหล แสบตา หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมทิ่มตาอยู่บ่อย ๆ อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากภาวะตาแห้งเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะเปลือกตาม้วนเข้า ซึ่งทำให้ขอบเปลือกตาและขนตาหันเข้าด้านในจนเสียดสีกับผิวดวงตาโดยตรง

หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจทำให้กระจกตาเกิดการระคายเคือง ถลอก เป็นแผล หรือติดเชื้อ และในบางรายอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ ในบทความนี้ Classcare Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่าเปลือกตาม้วนเข้าเกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน และสามารถรักษาได้ด้วยวิธีใดบ้างค่ะ

เปลือกตาม้วนเข้า (Entropion) คืออะไร

[kadence_element id=”3895″]

เปลือกตาม้วนเข้า (Entropion) คืออะไร?

เปลือกตาม้วนเข้า หรือ Entropion คือ ภาวะที่ขอบเปลือกตาพับเข้าด้านใน ส่งผลให้ขนตาและผิวบริเวณขอบตาเสียดสีกับกระจกตาหรือเยื่อบุตา จนเกิดอาการระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล หรือรู้สึกคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา

ภาวะนี้มักพบที่เปลือกตาล่างมากกว่าเปลือกตาบน โดยบางรายอาจสังเกตเห็นขอบเปลือกตาที่ม้วนเข้าด้านในได้อย่างชัดเจน หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ผิวดวงตาอักเสบ กระจกตาถลอก หรือเกิดแผลที่กระจกตาได้ จึงควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

อาการเปลือกตาม้วนเข้าที่ควรสังเกต มีสัญญาณแบบไหนบ้าง?

อาการเปลือกตาม้วนเข้ามักเริ่มจากความระคายเคืองเพียงเล็กน้อย เนื่องจากขนตาหรือขอบเปลือกตาเสียดสีกับผิวดวงตา แต่หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้กระจกตาถลอก อักเสบ หรือเกิดแผลได้ จึงควรสังเกตอาการผิดปกติดังต่อไปนี้

  • รู้สึกคล้ายมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตาตลอดเวลา
  • มีขนตาทิ่มตาหรือเสียดสีกับกระจกตาและเยื่อบุตา
  • ตาแดง แสบตา ระคายเคือง หรือเยื่อบุตาอักเสบบ่อยครั้ง
  • น้ำตาไหลมากกว่าปกติจากการระคายเคือง
  • ดวงตาไวต่อแสง หรือรู้สึกไม่สบายตาเมื่ออยู่กลางแสงจ้า
  • มีขี้ตาเหนียวหรือสารคัดหลั่งผิดปกติบริเวณขอบตา
  • ปวดตา เจ็บแปลบ หรือรู้สึกเสียดตาขณะกะพริบตา

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับกระจกตาค่ะ

สาเหตุของภาวะเปลือกตาม้วนเข้าเกิดจากอะไร?

ภาวะเปลือกตาม้วนเข้าเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างเปลือกตาหย่อน เกิดการหดเกร็ง หรือถูกพังผืดดึงรั้งเข้าด้านใน การทราบสาเหตุที่ชัดเจนจะช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น โดยสาเหตุที่พบได้มีดังนี้ค่ะ

  • ความเสื่อมตามวัย
    เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ เอ็นยึด และเนื้อเยื่อที่ช่วยพยุงเปลือกตาอาจหย่อนหรืออ่อนแรงลง ทำให้ขอบเปลือกตา โดยเฉพาะเปลือกตาล่าง ค่อย ๆ ม้วนเข้าด้านใน
  • แผลเป็นหรือพังผืดดึงรั้งเนื้อเยื่อ
    แผลเป็นบริเวณเยื่อบุตาด้านในอาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อ อุบัติเหตุ สารเคมีเข้าตา หรือการผ่าตัดบางชนิด พังผืดที่เกิดขึ้นอาจทำให้เนื้อเยื่อหดสั้นและดึงขอบเปลือกตาให้ม้วนเข้าหาดวงตา
  • กล้ามเนื้อรอบดวงตาหดเกร็งผิดปกติ
    การระคายเคืองหรืออักเสบของผิวดวงตาอาจกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบเปลือกตาหดเกร็ง ส่งผลให้ขอบเปลือกตาพลิกเข้าด้านใน อาการลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือพบร่วมกับความหย่อนของเปลือกตาตามวัย
  • ความผิดปกติแต่กำเนิด
    ภาวะเปลือกตาม้วนเข้าแต่กำเนิดพบได้ไม่บ่อย อาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโครงสร้างเปลือกตาหรือกล้ามเนื้อที่ผิดปกติ ทำให้ขอบตาหรือขนตาหันเข้าหาผิวดวงตาและเกิดการเสียดสีได้ตั้งแต่วัยเด็ก

เปลือกตาม้วนเข้าอันตรายไหม? หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อกระจกตาอย่างไร

ภาวะเปลือกตาม้วนเข้าอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้หากไม่ได้รับการรักษา เนื่องจากขอบเปลือกตาและขนตาที่หันเข้าด้านในจะเสียดสีกับกระจกตาทุกครั้งที่กะพริบตา ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง ตาแดง น้ำตาไหล รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา หรือเจ็บตาเรื้อรังได้

หากเกิดการเสียดสีอย่างต่อเนื่อง กระจกตาอาจถลอก เป็นแผล หรือติดเชื้อ รวมถึงเกิดแผลเป็นที่กระจกตาได้ ในกรณีที่รุนแรงอาจทำให้มองเห็นพร่ามัวและส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว ดังนั้น ผู้ที่มีขนตาทิ่มตา เจ็บตา ตาแดง หรือระคายเคืองบ่อยครั้ง ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและรักษาก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนค่ะ

เปลือกตาม้วนเข้าแบบไหนควรรีบพบจักษุแพทย์?

หากมีภาวะเปลือกตาม้วนเข้าร่วมกับอาการผิดปกติที่รุนแรงขึ้น ควรรีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมิน เนื่องจากการเสียดสีของขนตากับผิวดวงตาอาจทำให้กระจกตาถลอก เป็นแผล หรือติดเชื้อได้ โดยสัญญาณที่ควรระวังมีดังนี้

  • ตาแดงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาการไม่ดีขึ้น
  • ปวดตา แสบตา หรือระคายเคืองรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • มองเห็นพร่ามัว หรือรู้สึกว่าการมองเห็นลดลง
  • มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวข้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • ไวต่อแสงมากผิดปกติ หรือลืมตาได้ลำบากแม้อยู่ในแสงทั่วไป

หากมีอาการมองเห็นลดลง ปวดตารุนแรง หรือแพ้แสงมาก ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับกระจกตาค่ะ

แนวทางการรักษาภาวะเปลือกตาม้วนเข้า

[kadence_element id=”3895″]

แนวทางการรักษาภาวะเปลือกตาม้วนเข้า

การรักษาภาวะเปลือกตาม้วนเข้ามีเป้าหมายเพื่อลดการเสียดสีระหว่างขนตากับกระจกตา บรรเทาอาการระคายเคือง และปรับขอบเปลือกตาให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาจากสาเหตุ ความรุนแรงของอาการ และสภาพดวงตาของแต่ละบุคคล

การบรรเทาอาการชั่วคราวโดยไม่ต้องผ่าตัด

ในกรณีที่อาการยังไม่รุนแรงหรืออยู่ระหว่างรอการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้น้ำตาเทียมหรือขี้ผึ้งหล่อลื่นดวงตา เพื่อลดการเสียดสีและบรรเทาอาการระคายเคือง รวมถึงอาจใช้เทปช่วยดึงขอบเปลือกตาออกด้านนอก หรือฉีดโบทูลินัมท็อกซินเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในผู้ป่วยบางราย อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว และไม่สามารถแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างเปลือกตาได้โดยตรง

การผ่าตัดปรับตำแหน่งเปลือกตาเพื่อรักษาภาวะเปลือกตาม้วนเข้า

หากขอบเปลือกตาม้วนเข้าอย่างชัดเจน ขนตาเสียดสีกับกระจกตาซ้ำ ๆ หรือเริ่มมีความเสี่ยงต่อความเสียหายของผิวดวงตา แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อปรับขอบเปลือกตาให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม การผ่าตัดช่วยลดการทิ่มของขนตา บรรเทาอาการระคายเคือง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดกับกระจกตาในระยะยาว โดยเทคนิคที่ใช้จะแตกต่างกันตามสาเหตุและโครงสร้างเปลือกตาของผู้ป่วยแต่ละราย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเปลือกตาม้วนเข้า

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและดูแลตนเองหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและภาวะแทรกซ้อน พร้อมส่งเสริมให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ค่ะ

  1. แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้อยู่ก่อนผ่าตัด
    ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่รับประทานอยู่ รวมถึงวิตามินและอาหารเสริม โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ทั้งนี้ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  2. ประคบเย็นในช่วงแรกหลังผ่าตัด
    ควรประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก หรือตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยลดอาการบวมและรอยช้ำ โดยหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณแผลโดยตรง
  3. ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง
    ระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำในช่วงแรก และทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาตามวิธีที่แพทย์แนะนำ โดยใช้สำลีหรืออุปกรณ์สะอาดเช็ดอย่างเบามือ ไม่แกะสะเก็ดหรือสัมผัสแผลโดยไม่จำเป็น
  4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนแผล
    ควรงดขยี้ตา แต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา ว่ายน้ำ ออกกำลังกายหนัก และยกของหนักเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันแผลแยก เลือดออก หรือเกิดการระคายเคือง
  5. ใช้ยาและเข้ารับการติดตามอาการตามนัด
    ควรหยอดตา ป้ายยา หรือรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วน พร้อมมาตรวจติดตามอาการตามนัดทุกครั้ง หากมีอาการปวดมากขึ้น บวมแดงผิดปกติ มีเลือดหรือหนองออกจากแผล หรือมองเห็นลดลง ควรติดต่อแพทย์ทันที

สรุป

เปลือกตาม้วนเข้าเป็นภาวะที่ขอบเปลือกตาพับเข้าด้านใน ส่งผลให้ขนตาเสียดสีกับกระจกตาและเยื่อบุตา จนอาจเกิดอาการระคายเคือง ตาแดง น้ำตาไหล หรือเจ็บตาเรื้อรัง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้กระจกตาถลอก เกิดแผลหรือติดเชื้อ และส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้ จึงควรเข้ารับการตรวจประเมินจากจักษุแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

หากมีปัญหาขนตาทิ่มตา ระคายเคืองตาบ่อย หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะเปลือกตาม้วนเข้า Classcare Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินอาการ เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับโครงสร้างเปลือกตาและอาการของแต่ละบุคคล ช่วยบรรเทาความไม่สบายตาและลดความเสี่ยงต่อปัญหากระจกตาในระยะยาวค่ะ

FAQ

เปลือกตาม้วนเข้า คือขอบเปลือกตาพับเข้าด้านใน ทำให้ขนตาเสียดสีกับดวงตา ส่วน ขนตาคุด คือขอบตาอยู่ปกติ แต่ขนตาบางเส้นงอกผิดทิศและทิ่มเข้าตาค่ะ

โดยทั่วไปเป็นหัตถการขนาดเล็ก ใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงเจ็บน้อยระหว่างทำ ระยะเวลาผ่าตัดมักประมาณ 30-45 นาทีต่อข้าง และสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ค่ะ

ไม่จำเป็นทุกคนค่ะ เด็กบางรายอาการอาจดีขึ้นเมื่อโครงหน้าเติบโต แต่ควรให้แพทย์ประเมินอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันขนตาเสียดสีกระจกตาจนเกิดแผล

มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เนื้อเยื่อรอบดวงตาหย่อนคล้อยตามวัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุเดิม เทคนิคการรักษา และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ

มีโอกาสใช้สิทธิหรือเบิกประกันได้ เพราะเป็นการรักษาภาวะผิดปกติที่อาจกระทบกระจกตาและการมองเห็น แต่เงื่อนไขขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษาและกรมธรรม์ของแต่ละบุคคล แนะนำให้ตรวจสอบกับสถานพยาบาลหรือบริษัทประกันก่อนค่ะ