วิธีมาส์กใต้ตาให้ถูกต้อง ช่วยดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูสดใสขึ้น

ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางและสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย จึงมักพบปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือใบหน้าดูอ่อนล้าเร็วกว่าบริเวณอื่น หลายคนจึงเลือกใช้แผ่นมาส์กใต้ตาเป็นตัวช่วยในการเติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิวรอบดวงตาให้ดูสดใสมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การมาส์กใต้ตาให้ได้ผลดีไม่ใช่เพียงแค่แปะแผ่นมาส์กแล้วรอให้ครบเวลาเท่านั้น เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสมหรือใช้อย่างไม่ถูกวิธี อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและได้รับการบำรุงไม่เต็มที่ ในบทความนี้ Classcare Clinic จะพาไปทำความเข้าใจ วิธีมาส์กใต้ตาที่ถูกต้อง พร้อมแนะนำเคล็ดลับดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูสดใสยิ่งขึ้นค่ะ
มาส์กใต้ตาช่วยอะไรบ้าง? ต่างจากอายครีมอย่างไร
มาส์กใต้ตาและอายครีมมีหน้าที่แตกต่างกัน โดยมาส์กใต้ตาเน้นเติมความชุ่มชื้นแบบเข้มข้นในระยะเวลาสั้น ๆ ส่วนอายครีมเหมาะสำหรับบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำทุกวัน
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเข้มข้น
แผ่นมาส์กใต้ตามักมีเอสเซนส์หรือเซรั่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวใต้ตาที่แห้งและดูอ่อนล้า ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนขึ้น - ช่วยดูแลปัญหาผิวใต้ตาเฉพาะจุด
เหมาะสำหรับใช้ในวันที่ผิวใต้ตาดูหมองคล้ำ บวม หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ จากความเหนื่อยล้าและการขาดความชุ่มชื้น ช่วยให้บริเวณรอบดวงตาดูสดชื่นขึ้นชั่วคราว - ข้อแตกต่างระหว่างมาส์กใต้ตากับอายครีม
อายครีมเน้นการบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำทุกวัน ส่วนมาส์กใต้ตาเปรียบเสมือนทรีตเมนต์เสริมที่สามารถใช้ในช่วงที่ผิวต้องการความชุ่มชื้นหรือการดูแลเป็นพิเศษ โดยสามารถเลือกใช้ควบคู่กันตามสภาพผิวและความเหมาะสม

[kadence_element id=”3895″]
5 วิธีมาส์กใต้ตาให้ถูกต้อง เพื่อดูแลผิวรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน
วิธีมาส์กใต้ตาอย่างถูกวิธีช่วยให้ผิวรอบดวงตาได้รับการบำรุงอย่างเหมาะสม พร้อมลดโอกาสเกิดการระคายเคือง โดยมี 5 ขั้นตอนสำคัญที่ควรรู้ดังนี้ค่ะ
1. ทำความสะอาดผิวรอบดวงตาให้สะอาดก่อนมาส์ก
ก่อนใช้แผ่นมาส์กใต้ตา ควรล้างหน้าและเช็ดเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาให้สะอาด โดยเฉพาะคราบอายไลเนอร์ มาสคาร่า และครีมกันแดดที่อาจตกค้าง เพื่อให้แผ่นมาส์กแนบกับผิวได้ดี และลดความเสี่ยงต่อการอุดตันหรือระคายเคือง
2. วางแผ่นมาส์กใต้ตาให้ถูกตำแหน่งและแนบสนิทกับผิว
นำแผ่นมาส์กออกจากบรรจุภัณฑ์อย่างเบามือ แล้ววางบริเวณใต้ตาโดยเว้นระยะจากขอบตาล่างประมาณ 0.5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เอสเซนส์สัมผัสหรือไหลเข้าตา จากนั้นค่อย ๆ จัดแผ่นมาส์กให้แนบสนิทกับผิว เพื่อให้สารบำรุงกระจายได้อย่างทั่วถึง
3. ใช้เวลามาส์กให้เหมาะสม ไม่ปล่อยจนแผ่นมาส์กแห้ง
โดยทั่วไปควรมาส์กใต้ตาประมาณ 15-20 นาที หรือตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนแผ่นมาส์กแห้งหรือเกินเวลาที่กำหนด เพราะอาจทำให้ผิวรู้สึกแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้
4. ใช้นิ้วนางแตะหรือกดเบา ๆ หลังถอดแผ่นมาส์ก
หลังถอดแผ่นมาส์กออก ไม่จำเป็นต้องล้างหน้า เว้นแต่ผลิตภัณฑ์จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น จากนั้นใช้นิ้วนางแตะหรือกดเบา ๆ บริเวณใต้ตา เพื่อช่วยให้เอสเซนส์ที่เหลือซึมเข้าสู่ผิว ควรหลีกเลี่ยงการถู ดึง หรือนวดแรง ๆ เพราะผิวรอบดวงตาบอบบางและระคายเคืองได้ง่าย
5. ล็อกความชุ่มชื้นด้วยอายครีมหรือครีมบำรุงรอบดวงตา
หลังมาส์กใต้ตา สามารถทาอายครีมหรือครีมบำรุงรอบดวงตาต่อได้ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและเสริมการบำรุงให้ยาวนานขึ้น ช่วยให้ผิวใต้ตาดูนุ่ม ชุ่มชื้น และอิ่มฟูมากขึ้น
วิธีเลือกมาส์กใต้ตาให้เหมาะกับปัญหาผิว
การเลือกมาส์กใต้ตาให้เหมาะกับสภาพผิว จะช่วยให้การบำรุงผิวรอบดวงตาตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละสูตรมีส่วนผสมและคุณสมบัติแตกต่างกัน หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกมาส์กใต้ตาแบบไหนดี สามารถเริ่มพิจารณาจากปัญหาผิวใต้ตาของตนเองได้ดังนี้ค่ะ
สูตรดูแลใต้ตาหมองคล้ำและสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหมองคล้ำจากการพักผ่อนน้อย ความเครียด หรือผิวที่ดูไม่สดใส ควรเลือกมาส์กใต้ตาที่มีส่วนผสม เช่น วิตามินซี ไนอะซินาไมด์ หรือสารสกัดจากชะเอมเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงให้ผิวรอบดวงตาแลดูกระจ่างใสและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจเป็นเพียงชั่วคราว และไม่สามารถแก้ไขรอยคล้ำที่เกิดจากพันธุกรรมหรือโครงสร้างใต้ตาได้โดยตรง
สูตรเติมความชุ่มชื้น สำหรับผิวใต้ตาแห้งและริ้วรอยเล็ก ๆ
หากผิวใต้ตาแห้ง แต่งหน้าแล้วตกร่อง หรือเริ่มมองเห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ควรเลือกสูตรที่มีไฮยาลูรอนิกแอซิด เซราไมด์ หรือสารให้ความชุ่มชื้นอื่น ๆ เพื่อช่วยเติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ทำให้บริเวณใต้ตาดูนุ่ม อิ่มฟู และช่วยให้ริ้วรอยที่เกิดจากผิวแห้งแลดูจางลง
สูตรปลอบประโลมผิวและช่วยให้ใต้ตาบวมดูยุบลง
สำหรับวันที่ตื่นมาแล้วใต้ตาดูบวม หรือผิวรอบดวงตาดูอ่อนล้า สามารถเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน สารสกัดจากชาเขียว หรือว่านหางจระเข้ ซึ่งมีส่วนช่วยปลอบประโลมผิว เติมความสดชื่น และทำให้บริเวณใต้ตาดูผ่อนคลายขึ้น โดยอาจนำแผ่นมาส์กไปแช่เย็นตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความรู้สึกเย็นสบายขณะใช้งาน
ข้อควรระวังในการมาส์กใต้ตาที่หลายคนมักมองข้าม
แม้การมาส์กใต้ตาจะเป็นขั้นตอนบำรุงผิวที่ทำได้ง่าย แต่เนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบอบบาง หากใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดอาการแห้งตึง แสบ คัน หรือระคายเคืองได้ โดยมีข้อควรระวังที่ควรรู้ดังนี้ค่ะ
- ไม่ควรมาส์กทิ้งไว้นานเกินกำหนดหรือข้ามคืน
ควรใช้ตามระยะเวลาที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ เพราะการปล่อยแผ่นมาส์กไว้นานเกินไปจนแห้ง อาจทำให้ผิวใต้ตารู้สึกแห้งตึงและระคายเคืองได้ - หลีกเลี่ยงการถูหรือนวดผิวรอบดวงตาแรง ๆ
ผิวบริเวณใต้ตามีความบางและบอบบางกว่าผิวส่วนอื่น การถู ดึง หรือนวดแรงเกินไปอาจทำให้ผิวแดง ระคายเคือง และทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูชัดขึ้นได้ - ไม่ควรนำแผ่นมาส์กกลับมาใช้ซ้ำ
แผ่นมาส์กใต้ตาส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้เพียงครั้งเดียว การนำกลับมาใช้ซ้ำอาจทำให้สิ่งสกปรกและเชื้อจุลินทรีย์สะสม เพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือการติดเชื้อบริเวณรอบดวงตา
มาส์กใต้ตาแบบ DIY จากธรรมชาติ ทำเองได้ง่าย ๆ
นอกจากแผ่นมาส์กใต้ตาสำเร็จรูปแล้ว ยังสามารถใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายมาประคบเย็น เพื่อช่วยให้ผิวรอบดวงตารู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ช่วยดูแลผิวได้เพียงชั่วคราว และไม่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำที่เกิดจากพันธุกรรม ภูมิแพ้ หรือโครงสร้างใต้ตาได้โดยตรง โดยมีวิธีที่สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ
- สูตรแตงกวาแช่เย็น
ล้างแตงกวาให้สะอาด ฝานเป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำไปแช่เย็นประมาณ 10-15 นาที จากนั้นวางบนเปลือกตาที่ปิดสนิท ความเย็นและน้ำในแตงกวาจะช่วยให้ผิวรอบดวงตารู้สึกสดชื่น พร้อมช่วยลดความรู้สึกบวมและอ่อนล้าได้ชั่วคราว - สูตรถุงชาแช่เย็น
หลังชงชาเขียวหรือชาดำแล้ว ควรพักถุงชาให้เย็นสนิทและนำไปแช่เย็น ก่อนวางบนเปลือกตาที่ปิดประมาณ 5-10 นาที ความเย็นอาจช่วยให้บริเวณรอบดวงตารู้สึกผ่อนคลายและดูบวมน้อยลงชั่วคราว ทั้งนี้ ควรบีบน้ำออกให้หมาดและหยุดใช้ทันทีหากรู้สึกแสบหรือระคายเคือง - สูตรสำลีชุบน้ำเย็น
ใช้สำลีแผ่นสะอาดชุบน้ำเย็น แล้วบีบให้หมาดก่อนวางบนเปลือกตาที่ปิดประมาณ 5-10 นาที เหมาะสำหรับวันที่ใช้สายตาหนักหรือจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ช่วยให้ผิวรอบดวงตารู้สึกเย็นสบายและสดชื่นขึ้น
ก่อนใช้วัตถุดิบใด ๆ บริเวณรอบดวงตา ควรตรวจสอบความสะอาดและหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสภายในดวงตา หากมีอาการแสบ คัน บวม หรือแดง ควรหยุดใช้และล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันทีค่ะ
สรุป
การดูแลผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูสดใสขึ้น สามารถเริ่มได้จากการเรียนรู้วิธีมาส์กใต้ตาที่ถูกต้อง เลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิว และใช้ตามระยะเวลาที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ โดยไม่ควรแปะทิ้งไว้นานเกินไปหรือถูผิวแรง ๆ เนื่องจากผิวบริเวณใต้ตามีความบอบบางและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม การมาส์กใต้ตาเป็นเพียงการบำรุงผิวจากภายนอก และอาจไม่สามารถแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำลึก ถุงใต้ตาชัด หรือริ้วรอยที่เกิดจากโครงสร้างได้โดยตรง หากดูแลด้วยสกินแคร์แล้วปัญหายังไม่ดีขึ้น Classcare Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินบริเวณรอบดวงตา เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ
