การทำศัลยกรรมตาสองชั้นได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะดวงตาช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์และเสริมเสน่ห์ให้ใบหน้า หลายคนจึงมองหาทรงตาที่เหมาะกับสไตล์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นลุคหวานละมุนหรือโฉบเฉี่ยวมีเสน่ห์
หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ ตาหมา ตาแมว ซึ่งเป็นสไตล์ตาสองชั้นที่ให้ลุคแตกต่างกัน หากใครกำลังตัดสินใจว่าตัวเองเหมาะกับทรงไหน บทความนี้ Classcare Clinic ได้รวบรวมข้อมูลมาเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจเลือกทรงตาที่เหมาะกับใบหน้าและความต้องการของตัวเอง
เทรนด์ “ตาหมา – ตาแมว” คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยม
เทรนด์ตาหมา ตาแมว คือ การออกแบบสไตล์ดวงตาให้สะท้อนลุคและบุคลิกที่แตกต่างกัน โดย “ตาหมา” หรือ Puppy Eyes จะเน้นดวงตากลมโต ดูละมุน อ่อนโยน และให้ความรู้สึกเป็นมิตร ส่วน “ตาแมว” หรือ Cat Eyes / Foxy Eyes จะเน้นหางตาที่เรียวยาวและเชิดขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้ใบหน้าดูคม มีเสน่ห์ และดูมั่นใจมากขึ้น
เทรนด์นี้ช่วยให้สื่อสารความต้องการกับแพทย์ได้ชัดเจนขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงการสร้างชั้นตา แต่เป็นการออกแบบรูปทรงดวงตาให้เข้ากับรูปหน้าและบุคลิก เพื่อผลลัพธ์ที่สมดุลและช่วยเพิ่มความมั่นใจ
ทรงตาแบบลูกสุนัข (Puppy Eyes) หรือ ตาหมา คืออะไร?
ตาหมา หรือ Puppy Eyes คือ สไตล์ดวงตาที่เน้นความกลมโต ดูละมุน และให้ความรู้สึกอ่อนโยนเป็นมิตร จุดเด่นของทรงนี้คือช่วงกลางตาจะดูเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนหางตาจะอยู่ในระดับขนานหรือตกลงเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าดูนุ่มนวลและมีลุคอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น
การทำตาสองชั้นสไตล์ Puppy Eyes มักเน้นปรับรูปทรงตาให้ดูหวานและกลมมนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความดุของใบหน้า หรืออยากให้ดวงตาดูสดใสและเข้าถึงง่ายมากขึ้น
ลักษณะของตาหมา
- รูปทรงดวงตาจะดูค่อนข้างกลมมน ไม่เรียวยาวจนเกินไป
- ชั้นตามีความชัดและโค้งรับกับรูปตาอย่างสมดุล
- หางตาจะอยู่ในแนวราบหรือโค้งตกลงเล็กน้อย ทำให้ลุคดูละมุน
- ดวงตาโดยรวมจะดูกลมโต สดใส และให้ความรู้สึกเป็นมิตร
จุดเด่นของลุคตาหมา
- ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนวัยและอ่อนโยนมากขึ้น
- ปรับลุคให้ดูเข้าถึงง่าย ดูเป็นคนใจดีและมีเสน่ห์แบบละมุน
- เหมาะกับการแต่งหน้าสายหวานหรือสไตล์น่ารักสดใส
- ช่วยลดความดุหรือความคมของดวงตา ให้ใบหน้าดูนุ่มนวลขึ้น
ตาหมาเหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีรูปหน้ายาวและอยากให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น
- ผู้ที่ชอบลุคหวานละมุน ดูเรียบร้อย
- ผู้ที่มีตาดุ ตาขวาง หรือตาดูเหนื่อยล้า
- ผู้ที่ต้องการลุคสดใส ดูอ่อนหวาน และเป็นธรรมชาติ
ทรงตาแบบเฉี่ยวคม (Foxy Eyes) หรือ ตาแมว คืออะไร?
ตาแมว หรือ Foxy Eyes คือ สไตล์ดวงตาที่เน้นความเรียวยาวและความเชิดของหางตา ช่วยให้ใบหน้าดูคม มีเสน่ห์ และดูมั่นใจมากขึ้น โดยจุดเด่นคือมุมหางตาจะถูกยกสูงกว่าหัวตาเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูเฉี่ยวและมีมิติคล้ายดวงตาของแมวหรือสุนัขจิ้งจอก
การทำตาสไตล์นี้มักใช้เทคนิคตาสองชั้นร่วมกับการปรับยกหางตา เพื่อช่วยให้รูปตาดูยาวขึ้นและเสริมลุคให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าสายฝอ หรือต้องการปรับลุคให้ดูคมและมีเสน่ห์แบบทันสมัย
ลักษณะของตาแมว
- รูปทรงดวงตาจะดูเรียวยาวและมีความเฉี่ยวคม
- หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ช่วยให้ดวงตาดูยกและมีมิติ
- หัวตาดูเปิดและมีเส้นตาที่ชัดขึ้น
- ชั้นตาเน้นความคมของรูปทรงมากกว่าความหนาของชั้นตา
จุดเด่นของลุคตาแมว
- ช่วยเสริมลุคให้ดูมั่นใจและมีเสน่ห์มากขึ้น
- ทำให้ดวงตาดูโดดเด่น ดูมีพลัง และน่าค้นหา
- ช่วยอำพรางปัญหาหางตาตกที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยหรือดูเศร้า
- เหมาะกับการแต่งหน้าแบบ Cat Eye หรือกรีดอายไลเนอร์ให้ดูคมชัดยิ่งขึ้น
ตาแมวเหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีปัญหาหางตาตกหรือหนังตาช่วงหางตาคล้อย
- ผู้ที่ต้องการปรับลุคและมีความมั่นใจมากขึ้น
- ผู้ที่มีรูปหน้ากลมหรือหน้าสั้น เพราะตาทรงยาวจะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น
- ผู้ที่ชอบแต่งหน้าสายคมหรือเน้นความโดดเด่นของดวงตา
ตาหมา VS ตาแมว ต่างกันอย่างไร
แม้ทั้งตาหมาและตาแมวจะเป็นเทรนด์ตาสองชั้นที่ได้รับความนิยมเหมือนกัน แต่ทั้ง 2 สไตล์จะให้ลุคและความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกทรงตาที่เหมาะจึงควรดูทั้งรูปหน้า บุคลิก และสไตล์ที่ต้องการ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเข้ากับตัวเองมากขึ้น
|
หัวข้อเปรียบเทียบ
|
ทรงตาหมา (Puppy Eyes)
|
ทรงตาแมว (Cat Eyes)
|
|
ความรู้สึกที่สื่อออกมา
|
อ่อนโยน น่ารัก สดใส
|
มั่นใจ เซ็กซี่ เฉี่ยวคม
|
|
ลักษณะหางตา
|
งุ้มลงเล็กน้อยหรือแนวราบ
|
เชิดขึ้นเฉียงไปทางขมับ
|
|
รูปทรงชั้นตา
|
กลมโต โค้งมน
|
เรียวยาว คมชัด
|
|
สไตล์การแต่งหน้าที่เข้ากัน
|
สายหวาน ลุคธรรมชาติ
|
สายฝอ สโมกกี้อาย
|
|
การแก้ไขปัญหา
|
ช่วยลดความดุ ให้ดูเป็นมิตร
|
ช่วยยกหางตา ให้หน้าดูคมขึ้น
|
วิธีประเมินรูปหน้าก่อนทำตาหมา ตาแมว เลือกทรงอย่างไรให้ดูเป็นธรรมชาติ?
การเลือกทรงตาสองชั้นควรพิจารณาให้เข้ากับรูปหน้าและสัดส่วนโดยรวม ไม่ใช่เลือกตามเทรนด์เพียงอย่างเดียว เพราะดวงตาที่เหมาะกับใบหน้าจะช่วยให้ลุคดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้นการให้แพทย์ช่วยประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนทำตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ
รูปหน้าหวาน
สำหรับผู้ที่มีรูปหน้าหวาน มีแก้มเล็กน้อย หรือเครื่องหน้าละมุน การเลือกทรง “ตาหมา” จะช่วยเสริมความน่ารักเดิมให้โดดเด่นมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูนุ่มนวล ไม่แข็ง และช่วยให้รอยยิ้มดูสดใสและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
การทำศัลยกรรมตาหวานในสไตล์นี้ยังช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น และเพิ่มเสน่ห์แบบละมุน ทำให้เหมาะกับคนที่ต้องการลุคเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย
รูปหน้าคม
สำหรับคนที่มีพื้นฐานตาเล็กหรือตาชั้นเดียว สามารถเลือกทำได้ทั้งตาหมาและตาแมว แต่จะต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างตาให้เปิดกว้างและสมดุลก่อน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมารับกับใบหน้ามากขึ้น
หากเลือกทรงตาหมา แพทย์จะเน้นชั้นตาให้โค้งมนและเปิดหัวตาให้ดูโตขึ้น ส่วนถ้าเลือกตาแมว จะเน้นการยกหางตาให้เรียวยาวและเฉี่ยวขึ้น เพื่อให้ดวงตาดูคมและมีมิติมากขึ้น
คนตาเล็กหรือตาชั้นเดียว
สำหรับผู้ที่มีตาชั้นเดียวหรือมีปัญหาตาตี่ แพทย์จะประเมินจากพื้นที่เปลือกตาเป็นหลัก เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบทรงตาให้เหมาะสมกับรูปตาและใบหน้า
กรณีที่มีพื้นที่เปลือกตาน้อย การทำตาหมามักดูเป็นธรรมชาติกว่าเพราะไม่ต้องปรับองศาหางตามากนัก หากต้องการทำตาแมว อาจต้องใช้เทคนิคเปิดหางตาร่วมด้วย เพื่อให้ดวงตาดูเรียวยาวโดยไม่ดูเล็กหรือหยี
คนมีปัญหาหนังตาตก
ปัญหาหนังตาตกมักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและดูมีอายุเกินกว่าวัย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาหนังตาตกจึงเน้นการปรับยกหางตาและเปิดดวงตาให้ดูสดใสขึ้น
สำหรับทรงตาแมวจะช่วยตอบโจทย์ได้ดี เพราะมีการยกหางตาให้เชิดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับและดูสดใสมากขึ้น ส่วนหากต้องการลุคที่อ่อนโยนก็สามารถเลือกทรงตาหมาได้เช่นกัน โดยแพทย์จะประเมินและปรับการตัดหนังตาให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้หางตาดูตกเกินไป
เทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ในการทำตาสองชั้นสไตล์ ตาหมา ตาแมว
เพื่อให้ได้ดวงตาที่สวยรับกับใบหน้า แพทย์จะประเมินโครงสร้างตาและผิวหนังของแต่ละบุคคลก่อนเลือกเทคนิคที่เหมาะสม โดยการทำตาสไตล์ตาหมา ตาแมวอาจต้องผสานหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูสมดุลและเข้ากับใบหน้ามากขึ้น
การออกแบบชั้นตา (กรีดสั้น / กรีดยาว)
เทคนิคการกรีดชั้นตาถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำตาสองชั้น หากต้องการทรงตาหมา มักเลือกการกรีดสั้นเพื่อให้แผลเล็ก บวมช้ำน้อย และได้ลุคกลมโตละมุน
ส่วนทรงตาแมวจะเหมาะกับการกรีดยาว เพราะช่วยจัดการหนังตาและไขมันได้ตลอดแนว ทำให้สามารถปรับรูปตาให้เรียวยาวและยกหางตาได้ชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้ชั้นตาดูคมตั้งแต่หัวตาถึงหางตา
การเปิดหัวตาหรือหางตา
การเปิดหัวตาจะช่วยให้ดวงตาดูกลมโตมากขึ้น ลดความอึดอัดบริเวณหัวตา และทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น เหมาะกับสไตล์ตาหมาที่เน้นความละมุนและเป็นมิตร
ส่วนการเปิดหางตาหรือการยกหางตา จะช่วยเพิ่มความยาวของดวงตาและปรับองศาให้เชิดขึ้นตามสไตล์ตาแมว ทำให้ดวงตาดูคม มีเสน่ห์ และโดดเด่นมากขึ้น โดยแพทย์จะประเมินและออกแบบให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคลเพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม
การปรับกล้ามเนื้อตาให้สมดุล
ในบางเคสที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาตกหรือตาปรือ หรือขนาดตาไม่เท่ากัน การปรับกล้ามเนื้อตาจะช่วยให้ดวงตาเปิดได้เต็มที่และเห็นตาดำชัดขึ้น
เมื่อโครงสร้างตาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว การทำตาสองชั้นไม่ว่าจะเป็นทรงตาหมา หรือตาแมว ก็จะออกมาสวยสมดุลมากขึ้น ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและเข้ากับใบหน้ามากขึ้นค่ะ
ข้อควรรู้ก่อนทำตาสองชั้นตามเทรนด์ ตาหมา ตาแมว
ก่อนตัดสินใจทำตาสองชั้น ไม่ว่าจะทรงตาหมาหรือตาแมว ควรศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- ควรศึกษาข้อมูลและดูรีวิวตาสองชั้นจากหลายแหล่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- งดอาหารเสริม ยาละลายลิ่มเลือด และวิตามินบางชนิดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยาอย่างละเอียด
- ทำความเข้าใจว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
- เตรียมรับมืออาการบวมช้ำหลังทำตา ซึ่งสามารถลดลงได้หากดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม
สรุป
ไม่ว่าจะเป็นทรงตาหมา ตาแมว สิ่งสำคัญคือการเลือกสไตล์ที่เหมาะกับรูปหน้าและช่วยเสริมความมั่นใจให้ตัวเอง ทรงตาหมาจะให้ลุคอ่อนโยน สดใส ส่วนทรงตาแมวจะช่วยเพิ่มความเฉี่ยวคมและเสน่ห์ที่โดดเด่นมากขึ้น
หากยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับทรงไหน หรือมีปัญหาเรื่องหนังตาที่ต้องแก้ไขปัญหาหนังตาตก สามารถเข้ามาปรึกษาที่ Classcare Clinic ได้เลย เพื่อให้แพทย์ผู้ชำนาญการช่วยออกแบบทรงตาที่เหมาะกับใบหน้า และให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติและมั่นใจมากขึ้นในทุกวันค่ะ
FAQ
จำนวนผู้สนใจ : 283